การตัดไม้ทำลายป่า กับความเชื่อมโยงต่อระบบโลจิสติกส์โลก

  1. บทความ
  2. การตัดไม้ทำลายป่า กับความเชื่อมโยงต่อระบบโลจิสติกส์โลก

การตัดไม้ทำลายป่า กับความเชื่อมโยงต่อระบบโลจิสติกส์โลก

7 Jul 2025

นับตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของอารยธรรม มนุษย์พึ่งพาป่าไม้โดยไม่ตระหนักถึงความจำเป็นในการอนุรักษ์ จากการใช้ทรัพยากรเพียงเล็กน้อยในอดีต กลับกลายเป็นการผลิตสินค้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ เช่น เนื้อวัว ถั่วเหลือง น้ำมันปาล์ม ไม้ และโกโก้ ซึ่งล้วนแลกมาด้วยการสูญเสียพื้นที่ป่าอย่างมหาศาล พื้นที่ป่าทั่วโลกลดลงจากประมาณ 5.3 พันล้านเฮกตาร์ในศตวรรษที่ 19 เหลือเพียง 4 พันล้านเฮกตาร์ในปี 2020 คาดว่ากว่า 35% ของป่าทั่วโลกได้สูญเสียไปตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม — และแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไป แล้วเรื่องนี้เกี่ยวข้องอะไรกับ “โลจิสติกส์โลก”? คำตอบคือ มากกว่าที่หลายคนคิด

 

โลจิสติกส์ คือ เบื้องหลังที่มองไม่เห็นของการตัดไม้ทำลายป่า เมื่อวัตถุดิบจากพื้นที่เสี่ยงต่อการตัดไม้ทำลายป่าถูกเก็บเกี่ยว พวกมันจะเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อนระดับโลก หากขาดระบบการตรวจสอบย้อนกลับที่โปร่งใส ผู้ให้บริการโลจิสติกส์อาจมีส่วนสนับสนุนการค้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำลายป่าโดยไม่รู้ตัว ตัวอย่างเช่น ถั่วเหลืองจากบราซิล, ไม้จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิ่งเหล่านี้อาจมาจากพื้นที่ที่เคยเป็นป่ามาก่อน การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินเหล่านี้ก่อให้เกิดการปล่อยคาร์บอนในระดับที่สูงมาก (Scope 3 emissions) ซึ่งบางครั้งมากกว่าการปล่อยโดยตรงขององค์กรเสียอีก

 

กฎหมาย EUDR ของสหภาพยุโรป (EU Deforestation Regulation) กำหนดให้ธุรกิจต้องสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าและรับรองว่าสินค้านั้นปราศจากการทำลายป่า รวมถึงผู้ให้บริการโลจิสติกส์ก็ต้องมีความรับผิดชอบในการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสเช่นกัน

 

แม้จะเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา แต่โลจิสติกส์ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของทางออกได้ ด้วยเครื่องมือและแนวปฏิบัติที่ทันสมัย เช่น

  • การใช้ บล็อกเชน (Blockchain) และ ดาวเทียม เพื่อช่วยในการตรวจสอบย้อนกลับ
  • การปรับเส้นทางการขนส่งให้เหมาะสม (Route Optimization)
  • การใช้ยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า (EV) เพื่อ ลดการปล่อยคาร์บอน
  • การใช้วัสดุที่ได้รับการรับรอง เช่น ไม้ FSC หรือ น้ำมันปาล์ม RSPO

หลายบริษัทเริ่มเปลี่ยนมาใช้มาตรฐาน ESG เช่น GRI, CDP, และ IFRS เพื่อให้ธุรกิจสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน

 

การตัดไม้ทำลายป่าไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่มันฝังอยู่ในระบบการค้าโลกอย่างแนบแน่น ภาคโลจิสติกส์จึงต้องรับบทผู้นำในการสร้างความโปร่งใส ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และสร้างระบบห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนในระยะยาว