ในยุคที่โลกเผชิญความเร่งด่วนด้านสิ่งแวดล้อมและแรงกดดันจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ธุรกิจโลจิสติกส์จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับ “การจัดหาอย่างยั่งยืน” และ “ความรับผิดชอบเชิงจริยธรรม” มากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ ไปจนถึงการขนส่งถึงมือลูกค้าในขั้นสุดท้าย องค์กรต่างๆ เริ่มทบทวนทุกขั้นตอนในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คุ้มครองสิทธิแรงงาน และสร้างระบบที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่นได้ในระยะยาว สำหรับผู้ให้บริการโลจิสติกส์แล้ว “ความยั่งยืน” ไม่ใช่แค่ทางเลือกอีกต่อไป แต่คือความจำเป็นทั้งในเชิงการแข่งขันและจริยธรรม
การจัดหาอย่างยั่งยืนในโลจิสติกส์ หมายถึง การเลือกใช้วัสดุ บริการ และซัพพลายเออร์ที่มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ไม่ว่าจะเป็นการลดการพึ่งพาการขนส่งที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ หรือทำงานร่วมกับพันธมิตรที่ปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนและแรงงานที่เป็นธรรม อ้างอิงตามกรอบแนวทางสากล เช่น หลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGPs) และแนวทาง OECD ว่าด้วยความรับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ (Due Diligence Guidance)
ขณะเดียวกัน ความรับผิดชอบเชิงจริยธรรมยังครอบคลุมถึงการตรวจสอบซัพพลายเออร์ การประเมินคาร์บอนฟุตพรินต์ และการรายงานข้อมูลอย่างโปร่งใส บริษัทชั้นนำหลายแห่งเริ่มกำหนดให้ซัพพลายเออร์รายงานการปล่อยคาร์บอนทางอ้อม (Scope 3 emissions) ตั้งเป้าลดคาร์บอนตามหลักวิทยาศาสตร์ (Science-based targets) และใช้นโยบายจัดซื้อจัดจ้างที่มีจริยธรรม ข้อมูลจาก McKinsey ระบุว่า มากถึง 90% ของผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมขององค์กรเกิดจากห่วงโซ่อุปทาน จึงถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ต้องลงมืออย่างจริงจัง
เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น บล็อกเชน และแพลตฟอร์มติดตามแหล่งที่มา ช่วยให้บริษัทโลจิสติกส์ตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรฐานของซัพพลายเออร์ได้แม่นยำยิ่งขึ้น ขณะที่ความร่วมมือระดับสากร เช่น Clean Cargo Working Group และ GLEC Framework ของ Smart Freight Centre ช่วยกำหนดมาตรฐานในการคำนวณและลดการปล่อยคาร์บอนจากทุกโหมดการขนส่ง
ในประเทศไทย บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ WICE ได้ดำเนินมาตรการหลายด้าน อาทิ การประเมิน ESG ของซัพพลายเออร์ การลดขยะบรรจุภัณฑ์ และการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบขนส่งคาร์บอนต่ำ ซึ่งล้วนสอดคล้องกับมาตรฐาน ESG ระดับโลก และเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศ
สุดท้ายแล้ว “การจัดหาอย่างยั่งยืน” และ “ความรับผิดชอบเชิงจริยธรรม” ไม่ใช่เพียงแค่แนวโน้ม แต่เป็นเสาหลักของความยั่งยืนในระยะยาว ความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการปฏิบัติตามกฎระเบียบทั่วโลก องค์กรใดที่สามารถฝังแนวทาง ESG ลงในกระบวนการจัดซื้อและการดำเนินงาน จะไม่เพียงแต่รับมือกับข้อกำหนดใหม่ๆ ได้เท่านั้น แต่ยังสร้างความได้เปรียบด้านชื่อเสียงในตลาดที่ “ความโปร่งใส” และ “ความน่าเชื่อถือ” มีความหมายมากกว่าที่เคย

